Skip to main content
    Lawyers Council Registered

    ใบอนุญาตทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)

    ทนายทั้ง 6 ท่านขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามระเบียบ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2566 — คลิกภาพเพื่อดูใบอนุญาตขนาดเต็ม

    ปัดซ้าย–ขวาเพื่อดูใบอนุญาตทั้ง 6 ท่าน

    ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตได้จริงที่:สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

    คู่มือ Apostille และการรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

    ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารไทยจะจบที่ตรา Apostille จากกรมการกงสุลโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์แล้วต่อสถานทูตตามเดิม ควรตรวจสถานะภาคีของปลายทางและรูปแบบเอกสารที่ยอมรับก่อนเริ่มกระบวนการทุกครั้ง

    Apostille คือการรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญาโดยไม่ต้องผ่านสถานทูต ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานผู้ออก (Competent Authority)

    ใครต้องใช้บริการนี้

    • ผู้ใช้เอกสารในประเทศภาคีอนุสัญญา เช่น กลุ่มสหภาพยุโรปหลายประเทศ
    • ผู้สมัครเรียนหรือทำงานที่ปลายทางระบุคำว่า Apostille ในเช็กลิสต์
    • บริษัทที่จดทะเบียนสาขาหรือลงนามสัญญาในประเทศภาคี
    • ผู้ต้องใช้เอกสารทะเบียนราษฎรในกระบวนการทางศาลต่างประเทศ

    รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

    1. 1.ต้นฉบับเอกสารราชการ หรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
    2. 2.คำแปลที่ปลายทางกำหนด (บางประเทศต้องแปลหลังออก Apostille)
    3. 3.หนังสือเดินทาง/บัตรประชาชนของเจ้าของเอกสาร
    4. 4.แบบคำร้องและหนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นแทน)
    5. 5.เช็กลิสต์เป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทาง

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    1. 1. ตรวจว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่

      หากเป็นภาคีให้เดินเส้นทาง Apostille หากไม่ใช่ให้เดินเส้นทางนิติกรณ์ + สถานทูต

    2. 2. จัดเตรียมเอกสารต้นทางให้อยู่ในรูปแบบ 'เอกสารมหาชน'

      เอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนาย NSA ก่อนจึงเข้าข่ายออก Apostille ได้

    3. 3. แปลตามข้อกำหนดของปลายทาง

      บางประเทศรับคำแปลที่ทำในไทย บางประเทศบังคับให้แปลโดยนักแปลสาบานตนในประเทศตน

    4. 4. ยื่นขอ Apostille ที่กรมการกงสุล

      กรมการกงสุลตรวจสอบลายมือชื่อและตราประทับต้นทาง แล้วออกตรา Apostille แนบท้าย

    5. 5. ตรวจข้อมูลบนตรา Apostille

      ตรวจชื่อผู้ลงนามต้นทาง ตำแหน่ง หน่วยงาน เลขที่ และวันที่ ให้ตรงกับเอกสารหลัก

    6. 6. ส่งเอกสารและเก็บสำเนาดิจิทัล

      หลายประเทศมีระบบตรวจสอบ Apostille ออนไลน์ ควรเก็บเลขที่ตราไว้อ้างอิง

    ระยะเวลาโดยประมาณ

    ออก Apostille ประมาณ 3–5 วันทำการหลังเอกสารต้นทางพร้อม · งานที่ต้องรับรองทนายก่อนเพิ่ม 1 วันทำการ

    ข้อควรระวัง

    • Apostille ใช้ได้เฉพาะระหว่างประเทศภาคีเท่านั้น ยื่น Apostille ให้ประเทศที่ไม่ใช่ภาคีจะใช้ไม่ได้
    • Apostille รับรองที่มาของลายมือชื่อและตรา ไม่ได้รับรองเนื้อหาหรือความถูกต้องของคำแปล
    • ชื่อ–นามสกุลในเอกสารทุกฉบับต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร หากสะกดต่างกันต้องแนบหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือคำอธิบายการทับศัพท์
    • ต้นฉบับที่ยับ ขาด ลบคำผิด หรือถ่ายสำเนาซ้อนสำเนา มักถูกปฏิเสธที่ขั้นนิติกรณ์ — ควรขอคัดฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกก่อน
    • เอกสารบางประเภทมีอายุใช้งาน (มักไม่เกิน 3–6 เดือนนับจากวันออก) ตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง ควรตรวจอายุก่อนเริ่มกระบวนการ
    • ลำดับขั้นตอนสลับไม่ได้: แปล → รับรอง → นิติกรณ์ → สถานทูต หากข้ามขั้นใดขั้นหนึ่ง ต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด

    คำแนะนำจากประสบการณ์

    • สแกนต้นฉบับเก็บไว้เป็น PDF สีความละเอียด 300 dpi ก่อนส่งเอกสาร เผื่อกรณีต้องยื่นซ้ำหรือปลายทางขอไฟล์
    • ทำ 2 ชุดเสมอ — ชุดหนึ่งสำหรับยื่น อีกชุดเก็บไว้กับตัว หลายหน่วยงานยึดต้นฉบับที่ยื่น
    • ถ้าต้องใช้เอกสารในหลายประเทศ ให้แจ้งตั้งแต่ต้น เพราะจำนวนชุดและรูปแบบการรับรองต่างกันตามปลายทาง
    • เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนกำหนดยื่นจริง เพราะวันหยุดราชการไทยและวันหยุดของสถานทูตไม่ตรงกัน
    • เก็บใบเสร็จและใบรับเรื่องทุกใบ เพราะใช้เป็นหลักฐานติดตามสถานะและขอออกใบแทนกรณีเอกสารสูญหาย

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Competent Authority) · อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (HCCH)

    เปรียบเทียบ: Apostille กับ นิติกรณ์แบบสถานทูต (Legalisation)

    หัวข้อเปรียบเทียบApostilleนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทาง
    ใช้กับประเทศใดประเทศภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961)ประเทศที่ไม่ใช่ภาคี หรือกำหนดการรับรองซ้อน
    จำนวนขั้นตอนจบที่ตราเดียวหลังผ่านหน่วยงานผู้มีอำนาจต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วจึงยื่นสถานทูตปลายทาง
    ระยะเวลาโดยรวมสั้นกว่า เพราะไม่ต้องนัดคิวสถานทูตยาวกว่า ขึ้นกับคิวและวันทำการของสถานทูตแต่ละแห่ง
    ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยขอ Apostille ไปยื่นประเทศที่ไม่ใช่ภาคี ทำให้ใช้ไม่ได้ยื่นสถานทูตก่อนนิติกรณ์ ทำให้ถูกตีกลับ

    เราไม่ได้เป็นแค่ผู้รับทำ แต่เป็นที่ปรึกษาตลอดกระบวนการ

    ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปี สิ่งที่ลูกค้าได้รับจึงไม่ใช่แค่การเดินเรื่องให้เสร็จ แต่รวมถึงการวางลำดับขั้นตอนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น การชี้จุดที่ปลายทางมักตีกลับ และการอธิบายทางเลือกที่ประหยัดเวลาที่สุดในกรณีของคุณโดยเฉพาะ

    • ประเมินเคสก่อนเริ่มงาน — บอกได้ว่าเอกสารชุดใดจำเป็นจริง และชุดใดไม่ต้องทำ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น
    • ที่ปรึกษาประจำเคส ตอบคำถามได้ตลอดระหว่างดำเนินการ ไม่ต้องเริ่มเล่าเรื่องใหม่ทุกครั้งที่ติดต่อ
    • แจ้งความคืบหน้าเป็นขั้นตอน พร้อมสำเนาดิจิทัลทุกหน้าเมื่อจบงาน เพื่อใช้อ้างอิงในเรื่องถัดไป
    • ให้คำแนะนำต่อเนื่องหลังส่งงาน เช่น เอกสารต้องต่ออายุเมื่อใด หรือขั้นตอนถัดไปของเรื่องเดียวกัน

    หมายเหตุ: เราให้บริการด้านการจัดเตรียม แปล และรับรองเอกสาร การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทางเสมอ

    ไม่อยากยุ่งยาก ให้เราดูแลให้ทั้งหมด

    ทีมงานของเราดูแลตั้งแต่ตรวจเอกสาร แปล รับรองโดยทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ยื่นนิติกรณ์ ไปจนถึงสถานทูตปลายทาง คุณส่งเอกสารมาชุดเดียว แล้วรอรับผลพร้อมสำเนาดิจิทัลครบทุกหน้า

    ข้อมูลอื่นเกี่ยวกับ Apostille / นิติกรณ์เอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

    เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านหลายขั้นตอนต่อเนื่องกัน ลิงก์ด้านล่างช่วยให้ดูขั้นตอนถัดไปได้ครบในที่เดียว สอบถามรายละเอียดและค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ตลอดเวลา

    แหล่งอ้างอิงทางการ · Official sources

    โทรเลยLINEEmail