เอกสารไทยออกไปต่างประเทศ
เริ่มจากผู้รับ เช่น นายทะเบียน มหาวิทยาลัย หรือคู่สัญญา ไม่ใช่จากคำว่า “ประเทศสมาชิก Apostille” อย่างเดียว ขอคำตอบว่าต้องการเอกสารชนิดใด ภาษาใด และการรับรองขั้นไหน จากนั้นจึงเทียบกับขั้นตอนของกรมการกงสุลและสถานทูตที่เกี่ยวข้อง หากผู้รับขอสำเนาที่รับรอง อย่าส่งต้นฉบับเพียงเพราะคิดว่าใช้แทนกันได้
เอกสารต่างประเทศเข้ามาใช้ในไทย
ประเทศผู้ออกเอกสารเป็นข้อมูลสำคัญ การมีตรา Apostille ต่างประเทศไม่ได้ทำให้เอกสารทุกประเภทใช้ในไทยได้โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย ให้สอบถามหน่วยงานไทยที่จะรับเอกสารและสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยที่เกี่ยวข้องถึงลำดับรับรองและภาษา ไม่ควรใช้ตารางสำเร็จรูปแทนคำตอบของผู้รับ
จุดเปลี่ยนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ประกาศ HCCH และกระทรวงการต่างประเทศระบุตรงกันว่าไทยฝากภาคยานุวัติสารวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และกำหนดมีผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 วันที่เข้าร่วมกับวันที่เริ่มใช้บังคับไม่ใช่วันเดียวกัน ผู้ที่วางแผนยื่นคร่อมช่วงนี้ควรตรวจข้อกำหนดอีกครั้งใกล้วันยื่น รวมสถานะระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องและประเภทเอกสารที่อยู่ในขอบเขตอนุสัญญา
ก่อนส่งต้นฉบับให้ใคร
ถ่ายเก็บเอกสารทุกหน้า จดจำนวนฉบับและหน้ารับรอง ตรวจชื่อสะกด วันเกิด และชื่อเดิมให้เชื่อมโยงกัน ถามว่าจะใช้ต้นฉบับระหว่างดำเนินการนานเพียงใด และต้องมีผู้ลงนามไปเองหรือไม่ การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ใบเสนอราคาสะท้อนงานจริงโดยไม่ต้องเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น
แหล่งข้อมูลและวันตรวจ
ตรวจข้อมูลวันที่ 9 ตุลาคม 2569: HCCH, “Thailand accedes to the 1961 Apostille Convention”; กระทรวงการต่างประเทศ, “Department of Consular Affairs and Partner Agencies witness the deposit of Thailand’s Instrument of Accession”. ลิงก์ต้นทางอยู่ในหัวข้อแหล่งอ้างอิงด้านล่าง ข้อกำหนดเฉพาะเอกสารต้องยืนยันกับผู้รับก่อนยื่น

