Apostille หนังสือมอบอำนาจ สำหรับแอฟริกาใต้ 🇿🇦
แปล อังกฤษ + Notary + การรับรองนิติกรณ์ MFA — พร้อมใช้ใน South Africa
ทำไม Apostille หนังสือมอบอำนาจที่จะใช้ในแอฟริกาใต้ ต่างจากประเทศอื่น?
ตรวจรายการผู้รับใน South Africa และสถานะอนุสัญญากับไทยก่อนเลือกวิธีนิติกรณ์ การเป็นภาคีของปลายทางไม่ได้ยืนยันว่าเอกสารไทยใช้ Apostille ได้แล้ว
Source: Thai Notary Law & Service Co., Ltd. — DBD 0405565001923
Translation
อังกฤษ
Sworn Translator (SATI) + Apostille
ระยะเวลา
5–7 วันทำการ
ค่าบริการ
ตามใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่
เตรียมเอกสารก่อน MFA
ลงนาม Notary Public + การรับรองนิติกรณ์ MFA
Use Cases ที่นิยมในประเทศแอฟริกาใต้
- มอบอำนาจขายอสังหา
- มอบอำนาจจดทะเบียนบริษัท
- ดำเนินคดีต่างประเทศ
ขั้นตอน Apostille
- 1ขอรายการเอกสารและเงื่อนไขอายุเอกสารจากผู้รับจริง
- 2ตรวจว่าต้องรับรองต้นฉบับ สำเนา หรือลายมือชื่อใด
- 3ตรวจวิธีนิติกรณ์กับกรมการกงสุลและสถานทูตตามวันยื่น; ไทยมีกำหนดมีผลตามอนุสัญญา 28 กุมภาพันธ์ 2027
- 4ยืนยันภาษาและคุณสมบัติผู้แปลก่อนแปลเอกสาร
- 5ตรวจชุดเอกสารและวิธีส่งตามข้อกำหนดผู้รับ
ทำไมต้องเรา — E-E-A-T Authority
Experience
Expertise
Authoritativeness
Trustworthiness
Thai Notary Law & Service Co., Ltd.
ที่อยู่จริง: 61 ซอย ลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) กรุงเทพมหานคร 10310
พร้อม Apostille หนังสือมอบอำนาจสำหรับแอฟริกาใต้?
ไทยกับอนุสัญญา Apostille — สถานะล่าสุดและสิ่งที่จะเปลี่ยน
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (2026) และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) — ก่อนวันดังกล่าวเอกสารยังต้องใช้เส้นทาง Legalization เดิม (Notary → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง)
- ช่วงที่ 1 — จนถึงวันมีผลบังคับใช้
เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องเดินเส้นทางเดิม: รับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) → นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง
- ช่วงที่ 2 — ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
สำหรับประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา จะใช้ใบ Apostille ใบเดียวแทนขั้นตอนรับรองที่สถานทูตปลายทาง ส่วนประเทศนอกภาคียังต้อง Legalization ตามเดิม
- ช่วงที่ 3 — เอกสารที่ออกก่อนวันมีผล
เอกสารที่รับรองแบบเดิมไว้แล้วยังใช้ได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง ควรตรวจอายุเอกสารกับหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนยื่นเสมอ
ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน เราตรวจสอบเส้นทางรับรองที่ถูกต้องให้เป็นรายเคสก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ข้อมูลทางการที่ตรวจสอบแล้ว
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (2026) และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) — ก่อนวันดังกล่าวเอกสารยังต้องใช้เส้นทาง Legalization เดิม (Notary → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง)
ตรวจสอบเมื่อ
อนุสัญญา Apostille มีภาคี 130 ประเทศ (ข้อมูล HCCH ปรับปรุง 30 มิถุนายน 2026)
ตรวจสอบเมื่อ
รายละเอียดบริการเพิ่มเติม
ให้บริการแปลและรับรองเอกสารราชการไทยเป็นภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ พร้อมขั้นตอนการตรวจสอบสองชั้น (peer review) ก่อนส่งมอบทุกครั้ง
- นักแปลรับรอง NAATI ตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลทางการของออสเตรเลีย
- ต้องการรับรองชุดเพิ่ม สอบถามเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่
- สอบถามเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @NAATI ตอบในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 09:00–18:00
- ใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน ค่าธรรมเนียมราชการแจ้งแยกตามอัตราทางการ
ก่อนส่งมอบ ผู้แปลตรวจชื่อเฉพาะ ตัวเลข และวันที่เทียบกับต้นฉบับ แนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจทานชื่อและวันเกิดอีกครั้ง
ความน่าเชื่อถือ: สถานะนักแปล NAATI ตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลทางการของ NAATI Australia (naati.com.au)
ติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามเฉพาะกรณีเอกสารของคุณ
บริการที่เกี่ยวข้อง · Related services
เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านหลายขั้นตอนต่อเนื่องกัน ลิงก์ด้านล่างช่วยให้ดูขั้นตอนถัดไปได้ครบในที่เดียว สอบถามรายละเอียดและค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ตลอดเวลา
- MFA Legalization กรมการกงสุล
รับรองนิติกรณ์เอกสารไทยและเอกสารต่างประเทศที่แปลแล้ว
- รับรองสถานทูต
ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับประเทศที่ยังไม่ใช้ Apostille
- Apostille Translation
คำแปลที่จัดรูปแบบให้เข้ากับเส้นทาง Apostille
- Notary Public
ขั้นตอนแรกของเอกสารเอกชนก่อนเข้าสู่การรับรองระดับรัฐ
- NAATI Certified Hub
คู่มือและบริการแปล NAATI ครบวงจร
- คู่มือ NAATI 25 บทความ
บทความเชิงลึกทุกหัวข้อ NAATI
แหล่งอ้างอิงทางการ · Official sources
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — งานนิติกรณ์เอกสารMinistry of Foreign Affairs of Thailand
- HCCH — ตารางสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille (ฉบับที่ 12)Hague Conference on Private International Law
- กระทรวงการต่างประเทศMinistry of Foreign Affairs of Thailand
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (งานทะเบียนราษฎรและทะเบียนครอบครัว)Ministry of Interior, Thailand
