ในยุคที่ธุรกิจไทยขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดบริษัทลูก การทำ M&A การขยายฐานลูกค้าข้ามพรมแดน และการเข้าตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เอกสารนิติบุคคลไทยที่รับรอง Apostille กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบัญชี และ CFO ต้องเข้าใจกระบวนการอย่างละเอียด เพราะการรับรองผิดขั้นตอนอาจทำให้ดีลล่าช้าเป็นสัปดาห์หรือเดือน
ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก 1961 (Apostille Convention) ตั้งแต่ปี 2024 ทำให้เอกสารที่ผ่านการรับรอง Apostille จากกระทรวงการต่างประเทศไทยสามารถใช้ในประเทศสมาชิกอีก 125+ ประเทศได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทาง เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ประหยัดเวลา 2–4 สัปดาห์และค่าใช้จ่าย 30–50% เมื่อเทียบกับกระบวนการเดิม
อย่างไรก็ตาม ประเทศสำคัญบางประเทศยังไม่เป็นสมาชิก เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (บางกรณี), ซาอุดีอาระเบีย, ปากีสถาน, บังกลาเทศ, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม (บางกรณี) ที่ยังต้องผ่านการรับรองสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ทีมของเราติดตามสถานะสมาชิกของแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง และแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดตามประเทศปลายทางของลูกค้า
สำหรับลูกค้า Corporate ที่ต้องรับรองเอกสารประจำ (เช่น บริษัท Holding, บริษัทที่มีบริษัทลูก 5+ ประเทศ, กลุ่มบริษัท Trading ข้ามพรมแดน) เรามีบริการ Corporate Account พร้อม Dedicated Account Manager, ระบบ Online Tracking, Bulk Discount 15–25%, และการจัดเก็บ Master Copy ในระบบ Encrypted Vault ISO 27001 พร้อมออก Certified Copy ซ้ำได้ทันทีเมื่อต้องการ
