Skip to main content
    Lawyers Council Registered

    ใบอนุญาตทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney)

    ทนายทั้ง 6 ท่านขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามระเบียบ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2566 — คลิกภาพเพื่อดูใบอนุญาตขนาดเต็ม

    ปัดซ้าย–ขวาเพื่อดูใบอนุญาตทั้ง 6 ท่าน

    ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตได้จริงที่:สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

    ขั้นตอนรับรองเอกสาร MFA

    ขั้นตอนการดำเนินการ รับรองเอกสาร MFA แบบครบวงจรโดยทีม ILC.LTD

    1. 1

      ส่งเอกสาร

      สแกน/ถ่ายรูปเอกสารส่ง LINE @ilc-th หรืออีเมล service@ilc.ltd เพื่อให้ทีม รับรอง MFA ประเมินเคส

    2. 2

      รับใบเสนอราคา + Timeline

      ทีมงานแจ้งราคา + ระยะเวลาภายใน 30 นาที (เวลาทำการ) พร้อมรายการเอกสารที่ต้องเตรียม

    3. 3

      ชำระเงิน + เริ่มดำเนินการ

      ชำระผ่านโอน/พร้อมเพย์/บัตรเครดิต ทีมงานเริ่มยื่นเอกสารทันที พร้อมส่งสถานะรายวัน

    4. 4

      QC + ตรวจสอบ

      ตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรฐานหน่วยงานราชการก่อนยื่น ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธ

    5. 5

      รับเอกสาร

      รับฉบับจริงผ่าน EMS ในไทย หรือ Express ต่างประเทศ พร้อม PDF สแกนทางอีเมล

    Document Hub

    เลือกตามประเภทเอกสารที่ต้องการรับรองกงสุล MFA

    เอกสารที่ต้องผ่านการรับรองกงสุล MFA แบ่งเป็น 19+ ประเภท: เอกสารทะเบียนราษฎร (สูจิบัตร, สมรส, หย่า, ทะเบียนบ้าน), การศึกษา (Transcript, Diploma), ตำรวจ (PCC), การเงิน (Bank Statement, ภ.ง.ด.), บริษัท (DBD, POA), การค้า (Invoice, COO) — ทุกฉบับต้องแปลรับรองโดย NAATI/Sworn/MoJ ก่อนยื่นรับรอง MFA

    เอกสารทะเบียนราษฎรไทยพร้อมตราครุฑและตราประทับกงสุล MFA

    ทีม เอกสารกงสุล ของเรามี translator NAATI Certified ครบทุก specialty ใน ทุกประเภท

    Insurance professional indemnity AUD 2M ครอบคลุมงานทุกเคส

    เอกสารทะเบียนราษฎร (8)

    เอกสารบุคคล (3)

    เอกสารการศึกษา (2)

    เอกสารตำรวจ (1)

    เอกสารการเงิน (3)

    เอกสารบริษัท (1)

    เอกสารการค้า (1)

    ไทยกับอนุสัญญา Apostille — สถานะล่าสุดและสิ่งที่จะเปลี่ยน

    ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (2026) และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) — ก่อนวันดังกล่าวเอกสารยังต้องใช้เส้นทาง Legalization เดิม (Notary → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง)

    1. ช่วงที่ 1 — จนถึงวันมีผลบังคับใช้

      เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องเดินเส้นทางเดิม: รับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) → นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง

    2. ช่วงที่ 2 — ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570

      สำหรับประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญา จะใช้ใบ Apostille ใบเดียวแทนขั้นตอนรับรองที่สถานทูตปลายทาง ส่วนประเทศนอกภาคียังต้อง Legalization ตามเดิม

    3. ช่วงที่ 3 — เอกสารที่ออกก่อนวันมีผล

      เอกสารที่รับรองแบบเดิมไว้แล้วยังใช้ได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทาง ควรตรวจอายุเอกสารกับหน่วยงานที่รับเรื่องก่อนยื่นเสมอ

    ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน เราตรวจสอบเส้นทางรับรองที่ถูกต้องให้เป็นรายเคสก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

    ข้อมูลทางการที่ตรวจสอบแล้ว

    • ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 (2026) และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) — ก่อนวันดังกล่าวเอกสารยังต้องใช้เส้นทาง Legalization เดิม (Notary → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง)

      ตรวจสอบเมื่อ

    • อนุสัญญา Apostille มีภาคี 130 ประเทศ (ข้อมูล HCCH ปรับปรุง 30 มิถุนายน 2026)

      ตรวจสอบเมื่อ

    คลังความรู้นิติกรณ์กงสุลและการรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

    รวมคำถามที่พบบ่อยเรื่องลำดับขั้นตอน ค่าธรรมเนียม อายุเอกสาร และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Apostille ของไทย ทุกคำตอบอ้างอิงอัตราและกำหนดเวลาตามประกาศของกรมการกงสุล

    ที่มา: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (อัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์) และตารางสถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ของ HCCH — โปรดยืนยันอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่นทุกครั้ง

    คำแนะนำและข้อควรระวัง — นิติกรณ์เอกสาร กรมการกงสุล

    ตรวจทานกับแหล่งอ้างอิงราชการที่ระบุไว้ด้านล่าง ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาขึ้นกับคิวของแต่ละหน่วยงาน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

    คำแนะนำก่อนยื่น

    • คัดเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับใหม่ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรอง เพื่อให้ยังอยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางรับ
    • ตรวจการสะกดชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกับหนังสือเดินทางตั้งแต่ขั้นตอนแปล
    • นำต้นฉบับและคำแปลไปพร้อมกันเสมอ เพราะการรับรองคำแปลต้องเทียบกับต้นฉบับ
    • สอบถามค่าธรรมเนียมและระยะเวลาปัจจุบันจากช่องทางทางการก่อนวันเข้ายื่น
    • ถ้าต้องรับรองต่อที่สถานทูต ให้วางแผนคิวสองขั้นตอนต่อเนื่องกัน ไม่ใช่แยกกันหลายสัปดาห์
    • เก็บใบเสร็จและใบรับเอกสารไว้จนกว่าจะรับงานคืนครบ

    ข้อควรระวัง — กรณีที่มักถูกตีกลับ

    • กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อผู้แปลและเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ไม่ได้รับรองว่าข้อเท็จจริงในเอกสารเป็นความจริง
    • สำเนาที่ไม่มีตราประทับรับรองจากหน่วยงานผู้ออก มักไม่ผ่านการรับรอง
    • การแก้ไขข้อความด้วยปากกาบนเอกสารที่รับรองแล้ว ทำให้เอกสารใช้ไม่ได้
    • ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวของหน่วยงาน จึงไม่ควรจองตั๋วเดินทางโดยอิงกำหนดที่ยังไม่แน่นอน
    • เอกสารบางประเภทต้องผ่านหน่วยงานต้นสังกัดก่อน เช่น สภาวิชาชีพ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนกงสุลได้
    • อย่าคาดว่ารับรองครั้งเดียวจะใช้ได้กับทุกประเทศ ต้องดูข้อกำหนดของปลายทางเป็นรายกรณี

    รายละเอียดบริการเพิ่มเติม

    งานแปลคุณภาพมาตรฐาน ISO 17100 ตรวจทานโดยนักแปลรับรอง พร้อมเอกสารแนบที่ระบุชื่อผู้แปล หมายเลขใบรับรอง และเงื่อนไขการใช้งานในแต่ละประเทศ

    • สำเนาเก็บในระบบ 3 ปี ขอออกซ้ำหรือรับรองชุดเพิ่มได้ทุกเมื่อ
    • ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงานผ่าน LINE Official ตอบกลับภายใน 15 นาทีในเวลาทำการ
    • ราคาชัดเจนแจ้งก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มเติม

    Workflow: รับเอกสารต้นฉบับ → ระบุปลายทางการใช้งาน → จับคู่นักแปลผู้เชี่ยวชาญด้านสาขานั้น → แปล → peer review → ออกใบรับรอง → นำส่งกงสุลหรือสถานทูตตามคำขอ

    ความน่าเชื่อถือ: เราเป็นสมาชิกในเครือข่ายผู้ให้บริการแปลที่ได้รับการรับรองและเปิดเผยข้อมูลผู้รับผิดชอบทางบรรณาธิการตามมาตรฐาน E-E-A-T

    สอบถามและขอใบเสนอราคาฟรีผ่าน LINE Official ได้ทันที ทีมงานพร้อมตอบกลับในเวลาทำการ

    เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านหลายขั้นตอนต่อเนื่องกัน ลิงก์ด้านล่างช่วยให้ดูขั้นตอนถัดไปได้ครบในที่เดียว สอบถามรายละเอียดและค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้ตลอดเวลา

    แหล่งอ้างอิงทางการ · Official sources

    โทรเลยLINEEmail